มงคลที่ 5 มีบุญวาสนามาก่อน

อ่าน 306 | ตอบ 1

 

 ผลไม้พันธุ์เลว ถึงจะใส่ปุ๋ยรดน้ำพรวนดินดีอย่างไรก็ตาม อย่างมากก็ทำให้มีผลดกขึ้นบ้าง แต่จะทำให้มีรสโอชาขึ้นกว่าเดิมนั้นยากตรงกันข้าม ผลไม้พันธุ์ดี แม้รดน้ำพรวนดินเพียงพอประมาณก็ให้ผลมากเกินคาด  รสชาติก็โอชาเช่นกัน ผู้ที่ไม่ได้สั่งสมคุณความดีมาก่อน เมื่อประกอบกิจใดๆถึงขยันขันแข็งสักปานไหน ผลแห่งความดีกว่าจะปรากฏเต็มที่ก็ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักและเสียเวลามาก

ส่วนผู้ที่สั่งสมคุณความดีมาก่อน เมื่อทำความดีผลดีปรากฏเต็มที่ทันตาเห็น ส่งผลให้มีความเจริญก้าวหน้าเหนือกว่าบุคคลทั้งหลายได้อย่างน่าอัศจรรย์

บุญคืออะไร ?

            บุญ คือสิ่งซึ่งเกิดขึ้นในจิตใจแล้วทำให้จิตใจใสสะอาด ปราศจากความเศร้าหมองขุ่นมัว  ก้าวขึ้นสู่ภูมิที่ดี  เกิดขึ้นจากการที่ใจสงบทำให้เลือกคิดเฉพาะสิ่งที่ดี ที่ถูก ที่ควร ที่เป็นประโยชน์  แล้วพูดดี ทำดี ตามที่คิดนั้น

            บุญ เมื่อเกิดขึ้นแล้วย่อมส่งผลปรุงแต่งใจของเราให้มีคุณภาพดีขึ้น คือ ตั้งมั่นไม่หวั่นไหว บริสุทธิ์ผุดผ่องสว่างไสว โปร่งโล่ง ไม่อึดอัด อิ่มเอิบ ไม่กระสับกระส่าย  ชุ่มชื่นเบาสบาย  ผ่อนคลายไม่ตึงเครียด  นุ่มนวลควรแก่การใช้งาน  และบุญที่เกิดขึ้นนี้ยังสามารถสะสมไว้ในใจได้อีกด้วย

            คนทั่วไปแม้จะมองไม่เห็น “บุญ” แต่ก็สามารถรู้อาการของบุญ หรือผลของบุญได้ คือเมื่อเกิดขึ้นแล้วทำให้จิตใจชุ่มชื่นเป็นสุข เปรียบได้กับ “ไฟฟ้า” ซึ่งเรามองไม่เห็นตัวไฟฟ้าโดยตรง แต่เราสามารถรับรู้อาการของไฟฟ้าได้ เช่น เมื่อไฟฟ้าผ่านเข้าไปในหลอดไฟแล้วเกิดแสงสว่างขึ้น หรือเมื่อผ่านเข้าไปในเครื่องปรับอากาศแล้วเกิดความเย็นขึ้น เป็นต้น

บุญวาสนาไม่ใช่อภินิหาร

            บุญวาสนาไม่ใช่อภินิหาร แต่สามารถอธิบายด้วยหลักเหตุผลได้ดังนี้ คนที่จิตสั่งสมแต่บาปหรือความชั่ว  จะทำให้ใจมืดมัว  กิเลสต่างๆ เข้ายึดครอง ใจได้ง่าย ทำให้เกิดผลร้ายต่อตนเอง เช่น เวลาโกรธจัด ความโกรธเข้ายึดครองใจ ทำให้หัวใจเต้นแรงผิดปกติ ระบบสูบฉีดเลือดผันแปร โลหิตมีการเผาไหม้มาก เกิดอาการร้อนผ่าวตั้งแต่หน้าอกจรดใบหน้า ความร้อนจะทำให้ผิวหยาบกร้าน ไม่มีน้ำมีนวล อาหารไม่ย่อย ท้องอืด เกิดความเครียดคนโกรธง่าย     จึงเป็นคนเจ้าทุกข์ หงุดหงิด พูดจาห้วนแบบมะนาวไม่มีน้ำ เวลาโกรธจะขาดสติ คิดอ่านการใดก็ผิดพลาดได้ง่าย

            ส่วนคนที่จิตสั่งสมแต่บุญหรือความดี จะทำให้ใจผ่องใสอยู่เป็นปกติ กิเลสต่างๆ เข้ายึดครองใจได้ยาก  เพราะมีสติคอยควบคุมใจไว้  สามารถสอนตนเองและตักเตือนตนเองไม่ให้ทำความชั่วได้ จึงมีจิตใจที่สงบเยือกเย็น สดชื่น ผ่องใส ระบบการทำงานของร่างกายก็เป็นปกติ มีผิวพรรณงาม เสียงไพเราะ กิริยาน่ารัก  คิดอ่านการใดก็แจ่มใส  ส่งผลให้มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิตได้ง่าย

           

ข้อเตือนใจ

            เมื่อทราบว่าการทำบุญเป็นการสั่งสมความดีไว้เพื่อตนเองแล้ว เราจึงไม่ควรประมาทในการทำบุญ ควรทำบุญเท่าที่กำลังความสามารถจะอำนวย ผู้ที่ได้สั่งสมบุญมาดีแล้วแต่เพิกเฉยในการทำบุญเพิ่ม เปรียบเสมือนชาวนาที่เก็บเกี่ยวผลิตผลแล้วแจกจ่ายขายกินหมด ไม่เหลือไว้ทำพันธุ์ต่อไปภายหน้าเลย เขาย่อมเดือดร้อนในฤดูกาลทำนาครั้งต่อไป

            ความดีทุกอย่างที่เราทำไว้ แม้จะไม่ให้ผลในปัจจุบันทันตาก็ไม่สูญเปล่า ความดีเหล่านั้นจะรวมกันเข้าปรุงแต่งจิตใจให้ดีขึ้น  สิ่งนี้แหละคือ บุญวาสนา

            เราจึงควรเร่งสร้างความดีเสียแต่บัดนี้ โดยหมั่นศึกษาวิชาการ ฝึกฝนตนเองทั้งทางด้านการปรับปรุงคำพูด ความขยันขันแข็ง ทำการงานให้ดีขึ้น และพยายามฝึกใจให้ผ่องใส ด้วยการหมั่นทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนาอย่างสม่ำเสมอ  คนเช่นนี้จึงเป็นคนมีบุญวาสนาที่แท้จริง

 เราต้องอดทนฝึกตนให้สร้างความดีเรื่อยไป แม้จะต้องกระทบกระทั่งกับสิ่งใด มีอุปสรรคมากเพียงไหนก็ปักใจมั่นไม่ย่อท้อ กัดฟันสู้ทำความดีเรื่อยไป

 

“น้ำหยดทีละหยด ยังสามารถเต็มตุ่มได้ฉันใด

บัณฑิตหมั่นสั่งสมบุญทีละน้อย

ย่อมเต็มเปี่ยมด้วยบุญฉันนั้น”

ขุ. ธ. ๒๕/๑๙/๓๑

อานิสงส์การมีบุญวาสนามาก่อน

            ๑.        ทำให้มีปัจจัยต่างๆ พร้อม  สามารถทำความดีใหม่ได้โดยง่าย

            ๒.        อำนวยประโยชน์ทุกอย่างดังได้กล่าวมาแล้ว

            ๓.        เป็นต้นเหตุแห่งความสุขทุกประการ

            ๔.        เป็นเสบียงติดตัวทั้งภพนี้ภพหน้าจนกว่าจะบรรลุมรรคผลนิพพาน

ฯลฯ

วิธีทำบุญ

            การทำความดีทุกอย่างล้วนได้ผลออกมาเป็นบุญทั้งสิ้นแต่เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจและนำไปปฏิบัติ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแบ่งวิธีทำบุญออกเป็น  ๑๐  ประการ เรียกว่า บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ได้แก่

            ๑.        ทาน   คือการบริจาคทรัพย์สิ่งของแก่ผู้ที่ควรให้

            ๒.       ศีล     คือการสำรวมกาย วาจา ให้สงบเรียบร้อย ไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนเองและผู้อื่น

            ๓.        ภาวนา คือการสวดมนต์ทำสมาธิ อ่านหนังสือธรรมะ ฯลฯ

            ๔.        อปจายนะ        คือการมีความเคารพอ่อนน้อมต่อผู้มีคุณธรรม

            ๕.        เวยยาวัจจะ     คือการขวนขวายช่วยเหลือในกิจที่ชอบ

            ๖.        ปัตติทานะ       คือการอุทิศส่วนบุญแก่ผู้อื่น

            ๗.        ปัตตานุโมทนา คือการอนุโมทนาบุญที่ผู้อื่นทำ

            ๘.        ธัมมัสสวนะ     คือการฟังธรรม

            ๙.        ธัมมเทสนา      คือการแสดงธรรม

            ๑๐.      ทิฏฐุชุกัมม์       คือการปรับปรุงความเห็นของตนให้ถูกต้อง

            บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ นี้  สรุปลงได้เป็น บุญกิริยาวัตถุ ๓   ได้ดังนี้

            -     ทาน     ได้แก่   ทาน   ปัตติทานะ ปัตตานโมทนาเป็นการฆ่าความ ตระหนี่ออกจากใจ

            -     ศีล       ได้แก่     ศีล  อปจายนะ เวยยาวัจจะ   เป็นการป้องกันตนไม่ให้ทำชั่ว

            -    ภาวนา ได้แก่  ภาวนา ธัมมัสสวนะ  ธัมมเทสนา  เป็นการฝึกตัวเองให้ฉลาด มีสติปัญญาดี

        ส่วน ทิฏฐุชุกัมม์ นั้น สงเคราะห์เข้าได้ทั้งใน  ทาน ศีล และภาวนา

หมายเหตุอรรถกถาและฎีกาบางแห่ง จัดทิฏฐุชุกัมม์ไว้ในภาวนา  ส่วนธัมมเทสนานั้นอาจจัดจัดไว้ในทานก็ได้ โดยถือเป็นธรรมทาน

ความคิดเห็น :
1
อ้างอิง

Sue
 
Sue [68.202.141.xxx] เมื่อ 28/02/2020 11:24
ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :